เรื่องเด็ดเฟสบุ๊ค » ชายบุกจี้ชิงเงินสด880,000บาท สืบไปสืบมา4 ชม.โป๊ะแตก!!ทำได้ไง

ชายบุกจี้ชิงเงินสด880,000บาท สืบไปสืบมา4 ชม.โป๊ะแตก!!ทำได้ไง

4 กันยายน 2017
373   0

ชายบุกจี้ชิงเงินสด840,000บาท สืบไปสืบมา4 ชม.โป๊ะแตก!!

ชายบุกจี้ชิงเงินสด880,000บาท สืบไปสืบมา4 ชม.โป๊ะแตก!!

ความคืบหน้าการจับกุมนายเรวัติ คนล้ำ อายุ 30 ปี ชาว ต.วัดประดู่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ใช้อาวุธปืนปลอมบุกจี้ชิงเงินสด 880,000 บาทที่บริษัทศุภกิตติ์มอเตอร์ จำกัด ร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ใกล้สี่แยกแสงเพชร ถ.ชนเกษม เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี หลบหนีเมื่อใกล้ค่ำวันที่ 2 ก.ย.โดยรับสารภาพว่า น.ส.พรทิพย์ เดชนุ่น อายุ 28 ปี แฟนสาวทำงานเป็น พนักงานฝ่ายการเงินของบริษัทร่วมวางแผนเพื่อนำเงินไปใช้หนี้

ชายบุกจี้ชิงเงินสด840,000บาท สืบไปสืบมา4 ชม.โป๊ะแตก!!

ชายบุกจี้ชิงเงินสด880,000บาท สืบไปสืบมา4 ชม.โป๊ะแตก!!

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 3 กันยายน พล.ต.ต.อภิชญาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมกำลังตำรวจควบคุมตัวนายเรวัติและน.ส.พรทิพย์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเริ่มตั้งแต่นายเรวัติเข้าประตูด้านหน้าบริษัทฝั่งถนนชนเกษมเดินตรงไปที่หน้าโต๊ะเคาน์เตอร์ฝ่ายการเงินที่ น.ส.พรทิพย์ นั่งก้มทำงานอยู่โดยมีถุงพลาสติกบรรจุธนบัตรเงินสดวางอยู่บนโต๊ะ เมื่อนายเรวัติเข้าไปถึง น.ส.พรทิพย์ เงยหน้ามองเล็กน้อย จากนั้น นายเรวัติ ใช้มือซ้ายเอือมมือคว้าถุงบรรจุเงินและมือขวาชักอาวุธปืนปลอมขึ้นมาขู่ เมื่อได้ถุงเงินรีบหันหลังออกทันทีโดย น.ส.พรทิพย์ ทำทีไล่วิ่งกวดตามไปโดยใช้เวลาปฏิบัติการจี้เพียง 12 วินาที และไปทำแผนขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีไปทางถนนชนเกษมขาออกตัวเมือง
พล.ต.ต.อภิชญาติ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนใช้เวลา 4 ชั่วโมงจับกุมคนร้ายได้และสอบสวนได้ผู้ต้องหาทั้ง 2รายโดยพบว่ามียอดเงินถูกจี้ชิงทรัพย์ไปทั้งหมดรวม 889,700 บาท โดยนายเรวัติอ้างว่าได้ทำตกหล่นขณะหลบหนีไป 110,700 บาท แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อพร้อมแจ้งข้อหาทั้ง 2 รายร่วมกันชิงทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ดำเนินคดีต่อไป

ชายบุกจี้ชิงเงินสด840,000บาท สืบไปสืบมา4 ชม.โป๊ะแตก!!

ชายบุกจี้ชิงเงินสด880,000บาท สืบไปสืบมา4 ชม.โป๊ะแตก!!

ข่าวแจ้งว่า การสืบสวนพบ น.ส.พรทิพย์ มีท่าทางพิรุธโดยหลังจากนับเงินเสร็จได้นำใส่ถุงพลาสติกวางไว้ใต้โต๊ะเคาน์เตอร์การเงิน แต่กลับนำถุงบรรจุเงินทั้งหมดขึ้นมาวางบนโต๊ะอีกและได้โทรศัพท์หานายเรวัติพูดคุยเสร็จได้ลบหมายเลขดังกล่าวทิ้ง เมื่อเชิญตัว น.ส.พรทิพย์ไปสอบปากคำที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี นายเรวัติ ได้เดินทางตามไปเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ทั้งที่ตำรวจไม่ได้เรียกตัว เมื่อตำรวจนำภาพวงจรปิดและการโทรศัพท์ติดต่อกันมาแสดงทำให้ทั้งคู่จนมุมด้วยหลักฐานชัดเจน